ประโยชน์ยุทธศาสตร์ชาติในแต่ละช่วงวัย

         เริ่มจากครรภ์มารดาถึงปฐมวัย  เด็กและมารดาทุกคนจะได้รับการดูแลที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ โภชนาการ และสมวัย  ผ่านระบบบริการสาธารณะที่มีคุณภาพและกระจายครอบคลุมทั่วทุกภูมิภาค  โดยที่เด็กจะเกิดมาท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางสังคมที่ปลอดภัย สงบสุข สภาพแวดล้อมธรรมชาติที่สะอาด อากาศบริสุทธิ์ เพียบพร้อมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่จำเป็นต่อการเติบโตได้อย่างมีคุณภาพ  พร้อมทั้งมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ทั้งเทคโนโลยีและนวัตกรรมการเลี้ยงดูและศูนย์เด็กเล็กที่พ่อแม่ทุกคนสามารถเข้าถึง มีคุณภาพ และเอื้อต่อการเลี้ยงดูเด็กให้เติบโตได้อย่างดี มีทักษะ สุขภาพกายและสุขภาพใจที่ดี พร้อมเติบโตสู่ช่วงวัยต่อ ๆ ไป

          หลังจากนั้นก็จะก้าวเข้าสู่วัยเรียน  ทั้งในระดับประถมและมัธยมที่นักเรียนทุกคนจะได้รับการพัฒนาทักษะ ความรู้ และความสามารถผ่านอุปกรณ์ สื่อการเรียนการสอน และกระบวนการเรียนการสอนที่ทันสมัยที่เท่าเทียมกันทั่วประเทศ  มี “ครู” ที่จะมีบทบาทมากกว่าการเป็นครูผู้สอน  สู่การเป็น “ผู้อำนวยการการเรียนรู้” ที่จะคอยกระตุ้น สร้างแรงบันดาลใจ แนะนำวิธีเรียนรู้และวิธีจัดระเบียบการสร้างความรู้ให้กับนักเรียน  เพื่อให้นักเรียนได้รับการปูพื้นฐานความพร้อมทั้งกาย ใจ และปัญญาให้พร้อมรองรับการพัฒนาของช่วงวัยต่อไป  ได้รับการปลูกฝังวัฒนธรรมการใช้ชีวิตในสังคมที่ดี  ให้เป็นคนดี มีจิตสาธารณะ มีความรับผิดชอบต่อส่วนรวม สามารถทำงานเป็นทีม

          วัยรุ่น-นักศึกษา  ซึ่งนับเป็นช่วงวัยที่มีความสำคัญอีกช่วงหนึ่ง  ซึ่งจะเติบโตเป็นประชากรวัยแรงงานที่จะสร้างรายได้และยกระดับการพัฒนาของประเทศต่อไป  โดยวัยรุ่น-นักศึกษา  จะได้รับการเรียนรู้จากระบบการเรียนการสอนที่มุ่งให้ก้าวไปเป็นวัยแรงงานที่มีคุณภาพและมีความสุข  มีอาชีพตามความถนัด ความสนใจ และความชอบ  มีทักษะในศตวรรษที่ ๒๑ ที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดงาน  ได้รับการพัฒนาเต็มศักยภาพ  มีทักษะชีวิตและทัศนคติที่พร้อมเผชิญและสามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ได้  มีการเตรียมความพร้อมการเข้าสู่ตลาดงานผ่านระบบดิจิทัลแพลตฟอร์มและโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องในรูปแบบต่าง ๆ  และตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาร่างกายให้แข็งแรง มีสุขภาวะที่ดี

         วัยแรงงาน  ซึ่งเป็นวัยสำคัญช่วงวัยหนึ่งในการพัฒนาและขับเคลื่อนประเทศในอนาคต  โดยจะประกอบด้วยทั้งวัยแรงงานในปัจจุบัน  รวมทั้งวัยรุ่นและนักศึกษาที่จะเติบโตขึ้นกลายเป็นวัยแรงงานต่อไป  ทั้งนี้  จากการกระจายความเจริญที่จะไปสู่ทุกภูมิภาคของประเทศในอนาคต  วัยแรงงานจะสามารถทำงานได้ในภูมิลำเนาของตนเอง  ไม่ต้องเดินทางเข้าเมืองหลวงเพื่อแสวงหาโอกาสที่ดีกว่าเฉกเช่นปัจจุบัน  ทำให้สามารถได้อยู่ใกล้ชิดกับครอบครัว  สถาบันครอบครัวมีความแข็งแรงขึ้น โดยที่แต่ละภูมิภาคจะได้รับการพัฒนาให้สอดคล้องกับศักยภาพทั้งในภาคอุตสาหกรรม บริการและท่องเที่ยว และภาคเกษตร  มีโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องที่เอื้อและอำนวยความสะดวกต่อการทำงาน  ได้รับการยกระดับจาก “ผู้ใช้แรงงาน” เป็น “ผู้ใช้พลังสมอง” ที่สามารถเข้าถึงแหล่งทุน นวัตกรรม เทคโนโลยี และข่าวสารข้อมูลได้สะดวก  มีอาชีพ รายได้ และความรู้การบริหารจัดการทางการเงินที่จะนำพาไปสู่การมีหลักประกันทางการเงินหลังเกษียณ

          ผู้สูงอายุ  ในอนาคตเราจะมีทั้งประชากรที่เป็นผู้สูงอายุอยู่แล้ว  และประชากรที่จะเปลี่ยนจากวัยแรงงานสู่การเป็นผู้สูงอายุ  ซึ่งไม่ว่าจะเป็นกลุ่มผู้สูงอายุใหม่หรือไม่  ก็จะได้รับการดูแลและบริการสาธารณะที่มีคุณภาพ ครอบคลุม ทั่วถึง และเข้าถึงได้  มีสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการดำเนินชีวิต (Universal Design)  ได้รับการส่งเสริมและสนับสุนนให้มีส่วนร่วมทางสังคม  มีสุขภาพกายและใจที่ดี มีศักดิ์ศรี  เป็นอีกหนึ่งแรงพลังในการช่วยขับเคลื่อนและพัฒนาประเทศได้เฉกเช่นเดียวกับช่วงวัยอื่น ๆ